หน้าแรก / บทความ / สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร เลือกแบบไหนดี

สแตนเลส 304 กับ 316

เลือกหัวข้อที่สนใจ

ในการออกแบบวิศวกรรมโครงสร้างและระบบควบคุมไฟฟ้า การคัดเลือกวัสดุโลหะที่ทนทานต่อการกัดกร่อนเป็นหัวใจสำคัญในการยืดอายุการใช้งาน โลหะยอดนิยมอย่างเหล็กกล้าไร้สนิมมักถูกนำมาใช้งานแพร่หลาย แต่หลายท่านอาจสงสัยว่า สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร และควรเลือกเกรดใดให้เหมาะสมกับงบประมาณและสภาพแวดล้อมหน้างาน เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและความปลอดภัยสูงสุด บทความนี้จะมาเจาะลึกทุกรายละเอียด

ทำความเข้าใจว่าสแตนเลสคืออะไรและมีกี่ประเภท

สแตนเลสสตีล (Stainless Steel) หรือ เหล็กกล้าไร้สนิม คือ โลหะผสมที่มีเหล็กเป็นหลัก ผสานเข้ากับโครเมียมอย่างน้อย 10.5% คาร์บอนต่ำ และธาตุผสมอื่น ๆ โดยโครเมียมจะทำปฏิกิริยากับออกซิเจนในอากาศเกิดเป็นฟิล์มบาง ๆ เคลือบผิวเพื่อป้องกันการเกิดสนิม การจำแนกประเภทสแตนเลสตามโครงสร้างผลึกจุลภาคแบ่งออกเป็น 5 กลุ่มหลัก ซึ่งกำหนดคุณสมบัติการทนความร้อน ความเหนียว และความต้านทานสารเคมีที่ต่างกัน

เจาะลึก 5 โครงสร้างทางเคมีของสแตนเลสในงานอุตสาหกรรม

สแตนเลส 304 กับ 316

โครงสร้างทางเคมีของสแตนเลสแต่ละประเภท ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองการใช้งานที่เฉพาะเจาะจง ดังนี้

1. Austenitic แข็งแรง เหนียว ไม่ติดแม่เหล็ก

สแตนเลสกลุ่มออสเทนนิติกเป็นประเภทที่แพร่หลายที่สุด มีส่วนผสมของโครเมียม 16-22% และนิกเกิล 8-12% มีจุดเด่นด้านความเหนียว ขึ้นรูปง่าย เชื่อมประกอบสะดวก ทนการกัดกร่อนสูง และมีคุณสมบัติแม่เหล็กดูดไม่ติด (Non-magnetic) ซึ่งเกรด 304 และ 316 จัดอยู่ในกลุ่มนี้

2. Ferritic ทนความร้อนสูง รับแรงบีบได้ดีเยี่ยม

สแตนเลสกลุ่มเฟอร์ริติกมีโครเมียมสูงแต่แทบไม่มีนิกเกิลผสม ทำให้แม่เหล็กดูดติด มีความแข็งแรง รับแรงบีบอัดและทนความร้อนได้สูงถึง 850 องศาเซลเซียส เหมาะสำหรับทำเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ที่ต้องการการนำความร้อนที่ดี เช่น เกรด 430

3. Duplex ทนสารเคมีและการกัดกร่อนขั้นสูง

สแตนเลสดูเพล็กซ์เป็นการผสมผสานโครงสร้างระหว่างออสเทนนิติกและเฟอร์ริติกเข้าด้วยกัน มีโครเมียมสูง 20-28% และเติมสารโมลิบดีนัมมากกว่า 5% ให้ความแข็งแรงสูงมาก ทนทานต่อสารเคมีและไอคลอไรด์ได้ดีเยี่ยม เหมาะกับงานโรงกลั่น แท่นขุดเจาะน้ำมัน และอุตสาหกรรมเคมีหนัก

4. Martensitic ปรับความแข็งได้ เหมาะใช้ทำใบตัด

สแตนเลสมาร์เทนซิติกมีปริมาณคาร์บอนสูงขึ้นแต่โครเมียมต่ำลง แม้ทนการกัดกร่อนได้น้อยกว่ากลุ่มอื่น แต่มีข้อดีคือสามารถนำไปผ่านกระบวนการชุบแข็งและอบคืนไฟเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งได้ นิยมใช้ผลิตเครื่องมือแพทย์ มีดผ่าตัด ใบเลื่อย และใบคัตเตอร์

5. Hardening Grade เพิ่มความแข็งแกร่งระดับสูง

สแตนเลสเกรดชุบแข็งพิเศษผ่านกระบวนการตกตะกอนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่ง ให้ค่าความทนทานต่อแรงเค้นสูงและทนการกัดกร่อนใกล้เคียงออสเทนนิติก นิยมใช้ในชิ้นส่วนรับแรงดันสูงอย่างวาล์ว ปั๊มน้ำอุตสาหกรรม และชิ้นส่วนอากาศยาน

สแตนเลส 304 โลหะเกรดมาตรฐานยอดนิยมในไทย

สแตนเลส 304 กับ 316

การทำความเข้าใจว่า สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร ต้องเริ่มจากเกรด 304 หรือ SUS 304 ซึ่งเป็นเกรดมาตรฐาน (All-purpose Grade) มีส่วนผสมของโครเมียม 18% และนิกเกิล 8% (มักเรียกว่าสแตนเลส 18/8) มีความเหนียว ขึ้นรูปทรงง่าย ทนทานต่อการเกิดสนิมในสภาวะบรรยากาศทั่วไป และมีราคาประหยัด จึงนิยมนำมาใช้ทำอุปกรณ์ครัว อุปกรณ์ตกแต่ง และตู้ควบคุมไฟฟ้าภายในอาคาร

สแตนเลส 316 โลหะเกรดทนทานสารเคมี

ข้อแตกต่างสำคัญที่ระบุว่า สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร อยู่ที่สแตนเลสเกรด 316 หรือ Marine Grade มีการเพิ่มธาตุโมลิบดีนัม (Molybdenum) เข้าไปประมาณ 2-3% คุณสมบัติของโมลิบดีนัมช่วยเพิ่มความต้านทานต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี กรด ไอเค็มจากทะเล และคลอไรด์ได้อย่างมหาศาล ทำให้เกรด 316 เหมาะสำหรับงานติดตั้งภายนอกอาคารริมชายฝั่ง โรงงานเคมี และอุปกรณ์การแพทย์

ตารางเปรียบเทียบ สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร

เพื่อให้เห็นภาพเปรียบเทียบเชิงวิศวกรรมที่ชัดเจนว่า สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร ตารางด้านล่างนี้ได้รวบรวมองค์ประกอบและคุณสมบัติหลักไว้ดังนี้

หัวข้อการเปรียบเทียบสแตนเลสเกรด 304 (SUS 304)สแตนเลสเกรด 316 (SUS 316)
ส่วนประกอบโครเมียม (Cr)18%18%
ส่วนประกอบนิกเกิล (Ni)8%8 – 10%
ส่วนประกอบโมลิบดีนัม (Mo)ไม่มี (0%)มีประมาณ 2 – 3%
ความต้านทานไอเค็มและสารเคมีปานกลาง – ดีดีเยี่ยมสูงมาก
การทนทานต่อสภาวะกรดและคลอไรด์ทนทานสภาวะทั่วไปทนทานกัดกร่อนกรดได้ดีเยี่ยม
ระดับราคาวัสดุย่อมเยา คุ้มค่าสูงกว่าประมาณ 20 – 30%
การประยุกต์ใช้งานที่เหมาะสมงานภายในอาคาร, อุปกรณ์ครัว, ตู้ไฟทั่วไปงานริมทะเล, โรงงานเคมี, ตู้ไฟภายนอก

ยกระดับความปลอดภัยด้วยตู้ไฟสแตนเลสจาก SIM

งานติดตั้งตู้ควบคุมไฟฟ้าในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อความชื้น สารเคมี หรือไอเค็ม การเลือกวัสดุตัวตู้ให้ถูกเกรดคือหลักประกันความปลอดภัย SIM หรือ บริษัท สยามอุตสาหกรรมและการผลิต จำกัด เป็นผู้นำด้านการตัด เจาะ พับโลหะแผ่น และประกอบตู้ควบคุมไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001 เราจำหน่ายตู้ไฟสแตนเลสทั้งเกรด 304 และ 316 สเปกพิเศษ (Made to Order Cabinet) ที่มีความประณีต ไม่เป็นสนิม ทนทาน และปลอดภัยสูงสุด

สรุปเลือกใช้ตู้สวิทช์บอร์ดสแตนเลส ให้เหมาะกับหน้างาน

สแตนเลส 304 กับ 316

การทราบว่า สแตนเลส 304 กับ 316 ต่างกันอย่างไร จะช่วยให้ผู้รับเหมาและวิศวกรสามารถวางสเปกตู้สวิทช์บอร์ดได้ตรงตามโจทย์การใช้งาน หากเป็นงานภายในอาคารทั่วไป เกรด 304 ให้ความคุ้มค่าสูงสุด แต่หากเป็นงานกลางแจ้งหรือพื้นที่กัดกร่อนสูง การเลือกใช้เกรด 316 ย่อมเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยระยะยาว SIM พร้อมเป็นพันธมิตรจัดหาตู้ควบคุมไฟสแตนเลสคุณภาพสูงที่มีความทนทานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมให้แก่โครงการของท่าน

สนใจสั่งซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

คำถามที่พบบ่อย

สแตนเลส 304 สามารถเกิดสนิมได้หรือไม่?

เกิดสนิมได้ หากสแตนเลส 304 สัมผัสกับละอองไอเค็มชายทะเล สารคลอไรด์ หรือสารเคมีกัดกร่อนเข้มข้นเป็นเวลานาน ฟิล์มโครเมียมออกไซด์บนผิวจะถูกทำลาย จนเกิดเป็นจุดสนิมขุม (Pitting Corrosion) ขึ้นได้

สแตนเลส 316 กับ 316L มีความแตกต่างกันอย่างไร?

ความต่างหลักคือปริมาณคาร์บอน สแตนเลส 316L (Low Carbon) มีคาร์บอนไม่เกิน 0.03% ส่วน 316 มีคาร์บอน 0.08% ทำให้เกรด 316L ทนต่อการเกิดแนวสนิมบริเวณรอยเชื่อมได้ดีกว่า เหมาะกับงานประกอบที่ต้องเชื่อมหลายจุด

งานตู้ไฟภายนอกอาคารริมทะเลควรเลือกสแตนเลสเกรดใด?

ควรเลือกใช้สแตนเลสเกรด 316 หรือ 316L เท่านั้น เนื่องจากมีธาตุโมลิบดีนัมช่วยป้องกันการกัดกร่อนจากไอเค็มและสารคลอไรด์ในอากาศชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ตู้ไฟไม่ผูกร่อนและคงทนยาวนาน

บทความแนะนำ