หน้าแรก / บทความ / เจาะลึก RoHS คืออะไร มาตรฐานสินค้าไฟที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

เจาะลึก RoHS คืออะไร มาตรฐานสินค้าไฟที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

RoHS คืออะไร

เลือกหัวข้อที่สนใจ

RoHS คือมาตรฐานจำกัดสารอันตรายในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวที่ไม่อาจมองข้ามในยุคที่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีเติบโตอย่างรวดเร็ว การทำความเข้าใจข้อกำหนดนี้และความสำคัญที่มีต่อระบบไฟฟ้า จะช่วยให้วิศวกร ผู้รับเหมา และผู้ประกอบการ สามารถคัดสรรบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ปลอดสารพิษสะสม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาวได้อย่างถูกต้อง

ทำความเข้าใจนิยามสากลว่า RoHS คืออะไร

RoHS คืออะไร

ข้อกำหนด RoHS คือข้อบังคับสากลด้านสิ่งแวดล้อม ย่อมาจาก Restriction of Hazardous Substances จัดตั้งขึ้นโดยสหภาพยุโรป (EU) เพื่อจำกัดการใช้สารเคมีและสารโลหะหนักอันตรายในอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์ที่ผ่านเกณฑ์จะมีการระบุเครื่องหมาย RoHS Compliant หรือ Pb-Free การเข้าใจว่า RoHS คืออะไร จึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการเลือกอุปกรณ์ไฟที่ปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและง่ายต่อการรีไซเคิล ขยะอิเล็กทรอนิกส์

วัตถุประสงค์หลักของการจัดตั้งมาตรฐานความปลอดภัย RoHS

  • ลดการปนเปื้อนของสารเคมีพิษลงสู่สิ่งแวดล้อม: ป้องกันไม่ให้โลหะหนักและสารพิษชะล้างลงสู่แหล่งน้ำและชั้นดินระหว่างกระบวนการกำจัดขยะ
  • ยกระดับความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและผู้ใช้งาน: ป้องกันอันตรายจากการสัมผัสหรือสูดดมไอระเหยของสารเคมีอันตรายระหว่างกระบวนการผลิตและการใช้งาน
  • ส่งเสริมกระบวนการรีไซเคิลขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างปลอดภัย: ช่วยให้ชิ้นส่วนพลาสติกและโลหะถูกนำกลับมาหมุนเวียนใช้ใหม่ได้โดยไม่สะสมพิษ
  • ลดอุปสรรคทางการค้าระดับสากล: ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าสามารถส่งออกและวางจำหน่ายในตลาดโลกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เจาะลึก 10 สารต้องห้าม RoHS ในงานอุตสาหกรรม

RoHS คืออะไร

ข้อบังคับ RoHS คือการจำกัดปริมาณเข้มงวดกับ สารต้องห้าม RoHS ทั้งหมด 10 ชนิดในส่วนประกอบของบริภัณฑ์ไฟฟ้า ดังนี้

1. ตะกั่ว (Lead – Pb) สารโลหะหนักอันตรายต่อระบบประสาท

ตะกั่วถูกจำกัดปริมาณไม่ให้เกิน 0.1% มักพบในน้ำยาบัดกรี ส่วนผสมสี และส่วนประกอบสายไฟ ตะกั่วเป็น สารต้องห้าม RoHS ที่สะสมในร่างกายแล้วทำลายระบบประสาท สมอง และเป็นอันตรายรุนแรงต่อพัฒนาการของเด็ก

2. ปรอท (Mercury – Hg) สารพิษในหลอดไฟและรีเลย์สวิตช์

ปรอทกำหนดปริมาณไม่เกิน 0.1% นิยมใช้ในหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์และรีเลย์สวิตช์ สารปรอทระเหยเข้าสู่ร่างกายได้ง่าย ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง ไต และตับ การเลือกอุปกรณ์ที่ผ่าน RoHS จึงช่วยหลีกเลี่ยงอุปกรณ์ที่มีสารปรอทตกค้าง

3. แคดเมียม (Cadmium – Cd) สารก่อมะเร็งในชิ้นส่วนโลหะและสี

แคดเมียมถูกจำกัดอย่างเข้มงวดที่สุดไม่เกิน 0.01% (100 ppm) พบในแผ่นเคลือบป้องกันสนิม และสารบำรุงพลาสติก แคดเมียมจัดเป็นสารก่อมะเร็งที่ส่งผลกระทบต่อปอดและกระดูกอย่างร้ายแรง

4. เฮกซะวาเลนท์ โครเมียม (Cr-VI) สารเคมีกัดกร่อนผิวโลหะ

โครเมียม-6 กำหนดปริมาณไม่เกิน 0.1% ใช้ในงานชุบเคลือบผิวโลหะเพื่อกันสนิม สารชนิดนี้มีฤทธิ์กัดกร่อนสูง เป็นสารก่อมะเร็งปอด และสร้างความระคายเคืองต่อผิวหนังอย่างรุนแรง

5. โพลีโบรมิเนต ไบเฟนนิลส์ (PBBs) สารหน่วงการติดไฟ

PBBs ถูกจำกัดปริมาณไม่ให้เกิน 0.1% ใช้เป็นสารเติมแต่งในพลาสติกเพื่อชะลอการลุกไหม้ เป็นสารเคมีตกค้างยาวนานในสิ่งแวดล้อม รบกวนระบบฮอร์โมนและภูมิคุ้มกันของสิ่งมีชีวิต

6. โพลีโบรมิเนต ไดเฟนนิล อีเธอร์ (PBDEs) ในพลาสติก

PBDEs กำหนดปริมาณไม่เกิน 0.1% ใช้หน่วงการติดไฟในเปลือกพลาสติกหุ้มสายไฟ สะสมในห่วงโซ่อาหารได้ง่าย ส่งผลเสียต่อระบบต่อมไร้ท่อและการทำงานของไทรอยด์

7. สาร DEHP พลาสติกไซเซอร์เพิ่มความยืดหยุ่นในสายไฟ PVC

DEHP ถูกกำหนดไม่เกิน 0.1% นิยมผสมในพลาสติก PVC เพื่อให้ฉนวนสายไฟมีความยืดหยุ่น ส่งผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์ และจัดเป็นสารที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

8. สาร BBP สารปรับความยืดหยุ่นในสายเคเบิลและฉนวนไฟ

BBP กำหนดปริมาณไม่เกิน 0.1% ใช้เพิ่มความยืดหยุ่นในเปลือกสายเคเบิล สารนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบฮอร์โมน การทำงานของต่อมไร้ท่อ และเป็นอันตรายต่อตัวอ่อนในครรภ์

9. สาร DBP สารเพิ่มความทนทานในผลิตภัณฑ์พลาสติก

DBP จำกัดปริมาณไม่เกิน 0.1% ใช้ผสมในพลาสติกและสารเคลือบเงา การเข้าใจข้อกำหนด RoHS คือทางออกในการลดการสัมผัส DBP ที่ทำลายระบบสืบพันธุ์และการพัฒนาการทางร่างกาย

10. สาร DIBP สารลดความหนืดในแผงวงจรและหมึกพิมพ์

DIBP กำหนดปริมาณไม่เกิน 0.1% ใช้ในหมึกพิมพ์แผงวงจรและกาวอุตสาหกรรม เป็นสารกลุ่มพทาเลตที่สร้างความระคายเคืองและส่งผลกระทบต่อระบบต่อมไร้ท่อในระยะยาว

ประเภทของอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ได้รับผลกระทบจาก RoHS คืออะไร

RoHS คืออะไร

มาตรการตามข้อกำหนด RoHS คือการครอบคลุมอุปกรณ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์เกือบทุกหมวดหมู่ในงานอาคารและอุตสาหกรรม ได้แก่

  • เครื่องใช้ไฟฟ้าและบริภัณฑ์ปรับอากาศ: ตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องปรับอากาศ และปั๊มน้ำ
  • อุปกรณ์ไอทีและโทรคมนาคม: คอมพิวเตอร์ เครื่องเซิร์ฟเวอร์ และอุปกรณ์กระจายสัญญาณ
  • ระบบแสงสว่างและเครื่องมือวัด: หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ เทอร์โมสตัท และอุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิ
  • บริภัณฑ์กระจายไฟฟ้าและแผงควบคุม: ตู้ควบคุมไฟฟ้า แผงสวิตช์ และอุปกรณ์ตัดวงจร
  • เครื่องมือช่างและของเล่นอิเล็กทรอนิกส์: สว่านไฟฟ้า เลื่อยไฟฟ้า และชุดบอร์ดควบคุมอัตโนมัติ

เลือกใช้ตู้ไฟปลอดภัยไร้สารพิษมาตรฐานสากลจาก SIM

การวางระบบไฟที่ได้ มาตรฐานความปลอดภัย สิ่งสำคัญคือการเลือกใช้ตู้ไฟที่ผลิตจากวัสดุปลอดสารพิษ SIM หรือ บริษัท สยามอุตสาหกรรมและการผลิต จำกัด เป็นผู้นำด้านการผลิตตู้ไฟ และตู้สวิทช์บอร์ด มาตรฐาน ISO 9001 และ ISO 14001 เราเลือกใช้แผ่นโลหะและกระบวนการตัวตู้พ่นสีฝุ่นอีพ็อกซี่ที่ผ่านการทดสอบตามข้อกำหนด RoHS ตามใบรับรองจากผู้ผลิตสี ช่วยให้ระบบไฟในอาคารของท่านปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล

สรุป ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยด้วยผลิตภัณฑ์ตู้ไฟจาก SIM

การทำความเข้าใจว่า RoHS คืออะไร และเลือกใช้บริภัณฑ์ที่ปลอด สารต้องห้าม RoHS คือการลงทุนที่คุ้มค่าเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หากท่านกำลังมองหาตู้ควบคุมไฟฟ้า รางเดินสายไฟ หรือ ตู้สวิทช์บอร์ด มาตรฐานสากล SimThai พร้อมนำประสบการณ์กว่า 50 ปี มาช่วยดูแลและยกระดับความปลอดภัยให้แก่โครงการของท่านอย่างยั่งยืน

สนใจสั่งซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

สินค้าที่ได้มาตรฐาน RoHS สังเกตจากสัญลักษณ์ใด?

สังเกตได้จากสัญลักษณ์ RoHS Compliant, ข้อความ Pb-Free หรือสัญลักษณ์สากลตัวอักษร Pb ที่มีวงกลมขีดฆ่า ซึ่งระบุอยู่บนตัวผลิตภัณฑ์ กล่องบรรจุภัณฑ์ หรือใบรับรองมาตรฐานจากผู้ผลิต

มาตรฐาน RoHS คือข้อบังคับที่ใช้ในประเทศใดบ้าง?

เริ่มต้นใช้ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรป (EU) และปัจจุบันได้กลายเป็นมาตรฐานสากลที่บังคับใช้ในหลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และสิงคโปร์ เพื่อควบคุมการค้าและ ขยะอิเล็กทรอนิกส์

ทำไมตู้ควบคุมไฟฟ้ายุคใหม่จึงต้องผ่าน RoHS คืออะไร?

เพราะตู้ควบคุมไฟฟ้ายุคใหม่ติดตั้งในอาคารและโรงงานที่เน้นมาตรฐานความปลอดภัย การเลือกใช้ตู้ไฟที่ผลิตตามมาตรฐาน RoHS จะช่วยลดการใช้สารเคมีอันตรายในโครงสร้างตู้ ลดความเสี่ยงจากสารพิษตกค้างเมื่อเกิดความร้อนสูง และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้อาคารสอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมระดับสากล

บทความแนะนำ